Morning ... HERO !!

posted on 24 May 2010 22:49 by j-hua-yim

วันนี้ตื่นแต่เช้าไปออกกำลังกายที่สวนสาธรณะแห่งหนึ่งใกล้ๆบ้าน

แหมมม อากาศยามเช้านี้ช่างสดชื่นจัง~

เราว่าอากาศตอนเช้ามีกลิ่น กลิ่นที่เป็นลักษณะเฉพาะยังไงไม่รู้

ทุกครั้งที่ตื่นแต่เช้า จะนึกถึงตอนสมัยยังเด็กๆ

หรือ ช่วงชีวิตตอนเป็นเด็กนักรียนชั้นมัธยมจัง

ตอนม.ต้น จนถึง ม.ปลาย เราต้องตื่นนอนเช้าาามาากกกก !! 

ต้องตื่นตั้งแต่ ตี 5  ( ZZzzzz ง่วงโคตร )  

จะมีรถมาารับหน้าบ้านไปโรงเรียน ( บ้านเราอยุ่ นครปฐม แต่โรงเรียนเรานั้นอยู่ใน กทม )

 

พอขึ้นรถปุ๊ป ก็จะหลับยาววว เป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมจนถึงโรงเรียน

จะเป็นอย่างนี้ทุกวันๆติดกันเป็นเวลา 6 ปีเต็ม !!!! 

 

แต่เช้าวันนี้ แม้จะไม่ได้ตื่นเช้ามากเท่าตอนสมัยมัธยม แต่ก็ยังได้กลิ่นของอากาศยามเช้าที่คุ้นเคย

ความคุ้นเคยที่ว่านี้... ฟังดูเหมือนมันจะทำให้เราสบายใจนะ 

แต่เรากลับไม่อยากคุ้นเคย และ เปลี่ยวๆอย่างแปลกๆยังไงไม่รู้ละ

 

ใน 6 ปีที่ผ่านมานั้น ชีวิตจะรีบเร่งในทุกๆวัน รีบตื่น รีบอาบน้ำ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า

รีบไปขึ้นรถ เพราะง่วง ZZzzz  รีบนอน และก็ถึงโรงเรียนในที่สุด

 

จนพอมาในวันที่ไม่ต้องรีบเร่ง แถมมีเวลาเหลือเฟือด้วยซ้ำ ( เพราะทุกทีตื่นเกือบสิบโมงอะ ...>_< )

 จึงทำให้เรารู้สึกไม่คุ้นเคย และมีความคุ้นเคยบางอย่าง อย่างแปลกๆ ( งงคะ -*- )

แต่ความรู้สึกที่ว่านี้ มันก็แอบรู้สึกโล่งๆ และ รู้สึกดีอย่างแปลกๆเช่นกัน

วันนี้จึงมีโอกาสได้สังเกตสิ่งต่างๆรอบกายในยามเช้า >_<

 

ทั้งที่มีเวลามาตั้ง 6ปี...กลับรู้สึกยังสังเกตเห็นสิ่งต่างๆได้ ไม่เท่ากับวันนี้เพียงวันเีดียว

 

และก็ทำให้เราได้กลับมารู้สึกถึงความคุ้นเคยในสถานนี้ กลิ่นนี้ ที่มาพร้อมกับความสบายใจละ ^^

 

.........................................................................................................................

ในที่สุด สถาณการณ์บ้านเมืองก็เกืบจะกลับมาสงบอีกครั้ง

สถานที่ราชการเริ่มเปิดให้บริการตามปกติ

และ ประเด็นคะ !!!!!!! 

Series หนังฝรั่งที่สั่งไว้ทางอินเตอร์เน็ตก็มาส่งเช่นกัน

กิ๊ววววววววววววววววววววววววววววววว !!! ( รอมานานนน ) 

 

วันนี้ดูเรื่อง HEROES ละ

หนุกมากพะยะคะ ...คอนเฟริมมมม !!!!!

เป็นเรื่องรางเกี่ยวกับ คนกลุ่มนึงที่อยู่คนละฟากของมุมโลก เดิทางมาจอกันโดยความบังเอิญ

พวกค้ามีพันธุกรรมที่ไม่ปกติ  และ มีความสามารถพิเศษที่เหนือมนุษย์ธรรมดาทั่วไป

ความสามารถพิเศษที่ธรรมชาติมอบให้พวกเค้าเหล่านี้ มีไว้ให้พวกเ้ค้าได้กอบกู้โลก

นี่ละ มันจึงใช้ชื่อหนังว่าา  HEROES 

 

แต่วันนี้ที่ประทับใจ มีฉากนึง เกี่ยวกับเด็กผู้หญิงคนนึง เธอก็เป็นหนึ่งในคนพวกนั้นด้วยเช่นกัน

เธอสามารถขยับกระดูกทุกชิ้นในร่างกายเองได้ ฉะนั้นต่อให้เธอจะตกตึกกี่สิบชั้น หรือ โดนอะไรบาดก็แล้วแต่

ร่างกายของเธอก็ดูเหมือนไม่เป็นอะไร รอยแผลพวกนั้นมันสามรถสมานเองได้กลับไปเป็นปกติ

เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และเธอเป็น เชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง

 

เย็นวันหนึ่งหลังจากที่เธอกำลังจะกลับบ้าน มีบ้านหลังหนึ่งเกิดไฟไหม้

มีชายคนนึงติดอยู่ในบ้าน เธอรีบวิ่งเข้าไปช่วยชายคนนั้น และพอเธอออกมา

เหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภับรีบตรงเข้ามาดูอาการของเธอ และ ของชายผุ้ที่เธอช่วยชีวิต

แต่เธอเอาแต่ตะโกนว่า ' ชั้นไม่เป็นอะไรหรอก พวกคุณไปดูผู้ชายคนนั้นก่อน !! '

และก็ใช้จังหวะที่เหล่าเจ้าหน้าที่เผลอ วิ่งกลับบ้านไป ... โดยที่ร่างกายเธอไม่มีรอยไหม้ หรือร่องรอยอะไรทั้งสิ้น

 

เช้าวันต่อมา เหล่าเจ้าหน้าที่ขอเรียกพบเชียร์หลีดเดอร์ของโรงเรียนนี้ทั้งหมด

เพราะ พวกเค้าและชายคนที่รอดชีวิตนั้นอยากขอบคุณ และจำได้เพียงว่าใส่ชุดเชียร์หลัดเดอร์ของโรงเรียนนี้

พอเจ้าหน้าที่ถามว่าเมื่อวานใครเป็นคนช่วยชีวิตผู้ชายคนนี้จากเหตุพลิงไหม้

เธอก็นิ่งเงียบ แต่มีเพื่อนนักเรียนเชียร์หลีดดอร์คนนึงตะโกนมาว่า  .... ' เป็นฉันเอง !!! '

เธอก็ทำหน้า งงๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร  ??

เจ้าหน้าที่มอบรางวัลเกียรติยศ และ  เหล่าเพื่อนๆก็ต่างยกย่องชียร์หลีดเดอร์คนนั้น

ระหว่างนั้นเธอ รีบเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความกังวลใจ ว่า

' เอ่อ โทษนะคะ .... ชายคนที่เพื่อนฉันช่วยจากไฟไหม้ครั้งนี้เค้าปลอดภัยดี ใช่มั้ยคะ ' 

พวกเจ้าหนี้ที่พยักหน้า และ ก็มีรอยยิ้ม ^^ โผล่มาจากใบหน้าเธออย่างเห็นได้ชัด

รอยยิ้มนี้ มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ต้องการให้ใครมารับรุ้ หรือ แสดงความยินดีแต่เพียงอย่างใด

มันเป็นรอยยิ้มที่มาจากใจจริง อย่างเห็นได้ชัด ^^

 

 บางทีธรรมชาติอาจเห็นอะไรในตัวเธอมากกว่านั้น ที่ทำให้เธอควรได้รับความสามารถพิเศษนี้ไป

เราว่า นี่แหละ HERO ตัวจริง !! 

 


บางทีคนเราไม่ต้องเกิดมามีพร้อมทุกอย่าง ไม่ต้องปล่อยแสงได้ ไม่ต้องมีเวทมน ไม่ต้องแปลงร่างได้

ไม่ต้องเป็นขวัญใจของเด็กๆ ไม่ต้องบินได้ ไม่ต้องยกเสาไฟฟ้า หรือ บ้านให้ลอยได้

เราก็สามารถเป็น HERO ได้เหมือนกันนะ ^^

 

แหมมม!!

ชักอยากไปช่วยกอบกู้โลกบ้างแล้วสิ ... ใครจะไปด้วยกันบ้างค่าาาาาาาาาา >_<

 

ครั้งแรกกกก

posted on 22 May 2010 23:56 by j-hua-yim

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก

 

แหมมมม ... วันนี้วันแรกของเราในการเขียน Blog ละ

และเป็นครั้งแรกที่ได้ทำ Blog เป็นของตัวเองซะที

 

ถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว อาจจะอยากรู้จักกับเจ้าของ Blog มากขึ้น หรือ

บางทีอาจจะอยากปิดทิ้งไปเลยก็ได้

ท่านได้สิทธิ์นั้นเี๋ดี๋ยวนี้ !!!!!

 

 

 

 

 

ฮ่าๆ ขอแอบขำและแอบยิ้มกะตัวเองก่อนได้มั้ย หลังจากที่เก็กครึมมานาน ^ ^ 

 

แสดงว่า ท่านก็คงอยากรู้จักกับชีวิตอันเวิ้นเว้อของเราแล้วละสิ

หมายเหตุ :  เวิ้นเว้อ (เป็นคำกริยารึป่าวไม่รู้ แต่คงไม่ไช่คำนาม หรือคำสรรพนามนะ 555 ) แปลว่าอะไรไม่รุ้  ไม่สามารถค้นหาคำนี้ในพจนานุกรมได้ และไม่ต้องไปเสียเวลาถามกระทรวงศึกษาธิการนะ เพราะเราว่าท่านผู้อ่านน่าจะรู้สึกเหมือนเราว่า มันน่าจะให้ความหมายที่ว่า มึงอะเยอะเกิ๊นนน !! -*-  

นานมากกกกที่จะคิดชื่อ blog อันนี้ได้ และ

นานกว่านั้นอีกกก ในการใช้เวลาคิดว่า วันนี้กุจะขึ้นต้นเริ่มเขียนไงดีฟะ -*-

 

และแล้วพอเปิดมาปุ๊ปก็เจอกับข้อความที่เราทำเป็นตัวแดงข้างบนนั้นแหละ

เราว่ามันดูมีเรืื่่องราวดี เลยเก็บมันไว้ใช้เป็นคำขึ้นต้นซะเลย

 

โอ๊ยยยยย ก่อนที่มันจะเวิ้นเว้อไปมากกว่านี้ จนบางคนเค้าอยากจะปิดทิ้งซะก่อน >_<

 

มะ เริ่มมมมม ....

 

หลังจากการใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยจบไปในปีแรกไปหมาดๆ ( ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะจบจริงรึป่าว เง้ออ -*- )

 

เราก็ใช้ชีวิตอย่างไร้สาระ โคตรรรรรร ..

เรื่อยเปื่อยไปกะการ เล่นเน็ต ดูหนัง facebook ดูทีวี เล่นเกม อ่านหนังสืออ่านเล่น

หรือ ลั้ลล้ากับข่าวระเบิดบ้างไรบ้าง 555 ( เดี๋ยวไม่ตามเทรน...  จะมีใครมาบุกยึด blog กูมั้ย !!!  )

เป็นเวลา 1สัปดาห์กว่าๆ

 

จนมาวันนี้ ได้หยิบหนังสือเล่มนึงขึ้นมาอ่าน และกว่าจะได้อารมณ์เปิดหน้าแรกก็ง่วนกับการจัดห้อง

หาบรรยากาศทำเลที่เหมาะสม หาไฮไลท์เจ็ดสี เปิดพัดลม หาของกินเล่น แวะไปเข้าห้องน้ำ

หันไปกวนประสาทน้องสาวอีกนิด แวะดูมดเดินพาเหรดกันอีกหน่อย เปิดเพลงใน mp3 อีกนิดหน่าาา

( เอ่อ กูว่าเก็บไปอ่านพรุ่งนี้ก็ไปสายนะ !!   ) 

 

 

" และแล้วก็ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ขอเชิญประธานในพิธีตัดริบบิ้นเปิดงาน "

( มาถึงบรรทัดนี้เราว่า ทุกคนคงเริ่มเข้าใจคำว่า เวิ้นเว้อมากขึ้นแล้วช่ายมะ -*- )

 

หนังสือมีชื่อว่า  นี่นั้นโน่น

คือการเขียนบันทึกสิ่งที่เรียนรู้จากทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว

 

เราว่า มันตรงกับตัวเรามากกกกกก

เพราะความ เวิ้นเว้อ ในชีวิตนี้แหละ

ทุกเช้าตอนตื่นนอนเ เราจะใช้เวลากลิ้งไป กลิ้งมาบนเตียง

คิด คิด คิด คิด คิด คิด คิด .... ไปเรื่อยเปื่อย

ทั้งเรื่องที่มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง เพ้อเจ้อ  ชีวิตจริง ชีวิตในฝัน  เยอะอะ >_<

เป็นเวลา 1 ชั่วโมงกว่า  จากนั้นจึงมีอารมลุกจากที่นอน

ไปทำเรื่องเื่รื่อยเปื่อยให้มันหมดวันไปซะที 

 

จนเรามาอ่านหนังสือเล่มนี้  แล้วได้ไอเดียที่อยากจะลองเอาความคิดที่เวิ้นเว้อในชีวิต

ปล่ิอยมันออกมาเป็นตัวอักษรดูบ้าง 

เราว่า มันคงดูสวยงามและมีความหมาย มากกว่าที่จะปล่ิอยให้มันเป็นฝุ่ง'ฟุ้ง'และ'ซ่าน'จางหายไปในอากาศ ซะเฉยๆ

  แต่ ......................

จะเขียนลงสมุดไดอารี่ก็กลััวจะเมื่อยมือ >_<

จะพิมใน Microsoft Word มันคงดูเป็นทางการเกินไป ( ไม่ได้ทำรายงานส่งนะเฟ้ยย !! ) 

แเละไหนๆก็อยากพิมมันลงในคอม  เพราะไม่อยากเมื่อยมือ

คงเสียดายนะ ถ้าเก็บไว้อ่านคนเดียว คงดูเหงาๆ

 

ฉะนั้นนนน เชิญเลยค่าาาาาา ^___________________^  !!!!!!!!!!!!!

เชิญทุกคนมาวิ่งเล่น ตะโกนโหวกเวก มากริ๊ดดด มาร้องเพลง มาอยู่เป็นเพื่อน มานั่งเฉยๆ  มานอนเล่นๆ

หรือ อยากเอาของฝากมาแบ่งกันบ้างก็ไม่ว่า

 

ใน Blog นี้ ไม่ต้องมากพิธีการ ไม่ต้องแอ๊บสวย แอ๊บหล่อ ไม่มีกฎ ไม่มีการตั้งเคอฟิว ไม่มีการตรวจค้นอาวุธ

 อยากเป็นกันเอง อยากมาแอ๊บเด็ก อยากลองเป็นผู้ใหญ่ หรือ อะไรก็แล้วแต่เชิญเลยค่าาาาา >_<

 

และ สุดท้ายแล้ว ก่อนกลับไป อยากเอาอะไรติดไปด้วยก็ไม่ว่ากัน

แต่คงสนุกดี ถ้าเราได้รู้จักกันผ่านความเห็นหรือคอมเม้น แลกเปลี่ยนแนวคิด หรือ

บอกเล่าความเวิ้นเว้อในชีวิตให้ได้ฟังกันบ้าง

คงทำให้มันดูครึกครื้นขึ้นเยอะเลยละ ว่ามะๆๆ ^^ 

 

.........................................................................................................

 ช่วงหลังๆมานี้ เหมือนว่า จะเริ่มรู้จักกับตัวเองมากขึ้น

เริ่มอยากลองทำอะไรอีกหลายสิ่ง หลายอย่างให้มากกว่านี้ เพราะช่วงนี้ทำให้เราได้รู้จักคำว่า มันไม่แน่นอน !!

เราเรียนรู้คำนี้จากหลายสิ่ง หลายอย่างเลยละ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุการณ์ใน กทม

ที่กำลังเครียดจนต้องชวนให้ปวดหัวสิวกันเลยทีเดียว ( เกี่ยวอะไรกะสิววะ )

หรือ บางทีสาเหตุมันอาจจะมาจากแค่ จุดเล็กๆจุดเดียว ที่มันเป็นสิว แต่เราไม่เคยไปสนใจมัน เพราะคิดว่ามันขึ้นมาแปปเดียว เดี๋ยวมันก็คงหายไปเอง

แต่มันอาจจะไม่แน่เสมอไป !! 

บางทีมันก็กลายเป็นแผล ลุกลามใหญ่โต จนอาจเป็นแผลเป็น 

ถึงตอนนี้แหละ วุฒิศักดิ์คลินิก หรือ ครีมเจ้เล้ง ก็คงเอาไม่อยู่ >_<  กิ๊วววววววววววววว

 

ตอนแรก เรามีของอย่่างหนึ่งที่หาซื้อได้ที่ Central World เท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ซื้อสักที

เพราะ มัวแต่คิดว่า มันคงยังไม่จำเป็นตอนนี้ และอีกนานกว่าจะได้ใช้ ค่อยไปวันหลังก็ได้มั้ง

แต่พอมาวันนึง ... มันต้องทำการปิด .....

ตึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !! 

บอกแล้วว่า .... มันไม่แน่นอน !!! 

ก๊าาาาาาาากกกกกกกกกกกกกกก T-T 

 

เอาวะ .... อย่างน้อยเดี๋ยววันไหนว่างๆ ไปหาครูสอนไวโอลินที่ อนุสาวรีย์ฯ ก็ได้วะ

ครูน่าจะพอช่วยอะไรเราได้บ้าง แต่ก็อย่างว่า พอปิดเทอมมานี้ ก็ลั้ลล้ากับการเรื่อยเปื่อยไปวันๆ

และไม่ได้ไปหาครูสักที 

แล้วมาวันนึง ... แถวนั้นถูกวางเพลิง

ตึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

บอกแล้วว่า  มันไม่แน่นอน !!!  T-T

 

อะไรที่ว่ามันแน่นอน บางทีมันก็ไม่แน่เหมือนกัน

ฉะนั้น อยากลองทำอะไรที่ว่าต้องทำแน่ๆ  ก็อย่าปล่อยให้มันนอนนานเกิน

จนวันนึงอาจต้องปล่อยให้มันนอนไปตลอดกาลและไม่มีโอกาสได้ทำมันแน่ๆ

พร้อมกับประโยคคลาสสิก " รู้งี้กูไม่ทำอย่างนี้แน่ๆ !!!!! "

 

 ถ้ารู้ว่าต้องทำอะไรแน่ๆ ก็อย่าเพิ่งไปนอนกลิ้งเรื่อยเปื่อย

แวะคิด จัดการวางแผนนิดนึงว่า ในเร็วๆนี้เราเราควรจัดการกับมันให้เสร็จแน่ๆไปเลยดีกว่ามั้ย

 

ช่วงนี้จึงเหมือนเป็นช่วงเรียนรู้สำหรับเราละ  เรามีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากลองทำ

อยากลองค้นหา  อยากลองอ่าน

 

วันนี้ไปร้านหนังสืออรุณอัมรินทร์แถวบ้าน

บ้านเราอยู๋ในตัวเมือง จ.นครปฐม เรารู้สึกคุ้นเคย อบอุ่น และ ชอบบรรยากาศที่นี้มากละ

แม้ว่า เราจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่ใน กทม

 พอเข้าไปในร้านหนังสือ พี่พนักงานที่แคชเชียร์ก็ยิ้มให้อย่างคุ้นเคย ^^

 

โ หหหหหหหหหหหหหหหหห O_o

ตะลึงคะท่านผู้ชม !!! มันมีหนังสือที่อยากอ่าน อีกมากมายหลากหลายเยอะแยะมโหฬารบานตะไท ( เว่อร์ปะ ) 

แต่เรารู้ตัวเราดีละ  ว่า ถ้าเราซื้อเล่มที่อยากอ่านไปหมดซะทุกเล่ม

เราจะไม่ได้อ่านทั้งหมดแน่ๆ และอาจต้องปล่อยให้ัมันวางนอนบนชั้นให้ฝุ่นเกาะเล่น

 เราจึงซื้อเล่มที่สนใจจริงๆมา 2 เล่ม และ แอบจดชื่อหนังสืออื่นๆที่อยากอ่าน

ไว้อ่านจบไปเสร็จสักเล่ม  ค่อยแวะมาที่ร้านและ ซื้อเล่มทีี่อยากอ่านที่เหลือที่จดไว้

 

นอกจากจะทำให้เราอ่านเสร็จไปเป็นเล่มๆแล้ว ยังทำให้เราได้มีโอกาสแวะไปที่ร้านหนังสือบ่อยๆ

ได้ตากแอร์ในร้าน  อาจได้เจอหนังสือเล่มอื่นๆที่อยากอ่านมากกว่าเล่มที่จะมาซื้อวันนี้ก็ได้

และคงต้องซื้อเพิ่มอีกแน่ๆ เพราะอดใจไม่ไหว  ..... ก็บอกแล้วไงว่ามันไม่แน่นอน !!!!!! 

 

 

บางครั้ง เวลาเราได้วางแผนจะทำอะไรสักอย่าง ก็ไม่ควรไป เคร่งเครียด และเป๊ะมากเกินไปในทุกๆขั้นตอน

ควรวางแผนอะไรให้มันยืดหยุ่นไว้จะดีกว่า

ระหว่างทาง เราอาจจะเจอความไม่แน่นอนอีกมากมาย

ถ้ามันยืดหยุ่นแล้ว มันคงง่ายต่อการดัดให้งอตามทิศทางต่างๆได้

 

 

 

 

 

ตอนนี้ชักอยากจะรู้ซะแล้วสิ ว่า......

จริงๆแล้ว เราอยากทำอะไรกันแน่ 

ก่อนที่จะต้องนอนหลับไปตลอดกาลทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทำ !!!!